04/05/2020
โดย Champ Milework

หัวเทียนบอด มีอาการอย่างไร?

หัวเทียนทำหน้าที่การจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้โดยตรง หากเสื่อมสภาพ(บอด)แล้วการจุดระเบิดจะมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากส่งผลเสียหลายด้าน หัวเทียนนั้นใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน และ ดีเซล โดยถูกกำหนดเอาไว้ตามจำนวนของลูกสูบภายในเครื่องยนต์นั้น คุณเองก็สามารถทำด้วยตนเองได้หากมีอุปกรณ์ครบ วันนี้เราจะนำเสนอความรู้เกี่ยวกับหัวเทียน รวมถึงวิธีการเปลี่ยนด้วยตนเองอีกด้วย

วิธีการใช้งานหัวเทียนรถยนต์

หัวเทียนถูกติดตั้งเอาไว้เหนือฝาสูบให้มีส่วนเหลื่อมล้ำเข้าไปภายในห้องเผาไหม้ ทำหน้าที่ในการจุดระเบิด หากใช้งานไปนานๆคราบเขม่าจะเกาะตัวอยู่ตรงบริเวณขั้วหัวเทียน ส่งผลให้จุดระเบิดได้ยาก ทั้งนี้ผู้ขับขี่ควรทำการเปลี่ยนหัวเทียนเมื่อมีระยะครบทุกๆ 100,000 กิโลเมตร

เช็คราคาหัวเทียน คลิ๊ก : https://www.milework.com/ignition/spark-plug/category-624/

ประเภทของหัวเทียนในสามารถที่จะแบ่งจำแนกได้ออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

1.หัวเทียนเย็น คุณสมบัติพิเศษคือสามารถระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็วดีกว่าหัวเทียนร้อน หัวเทียนเย็นมีความเหมาะสมที่จะใช้ในรถที่มีการใช้งานหนักและต้องใช้วิ่งในระยะทางไกล หรือ รถแข่งที่ใช้ความเร็วสูงหัวเทียนชนิดนี้จะสามารถตอบโจทย์ได้ดี อีกทั้งหัวเทียนในรูปแบบนี้ยังมีข้อดีในกรณีที่ผู้ขับขี่มีการวิ่งในระยะทางไกลจนหัวเทียนมีความร้อนสะสมสูงหัวเทียนเย็นสามารถละลายคราบเขม่าที่เกาะอยู่บริเวณขั้นหัวเทียนให้ออกไปได้อีกด้วย

2.หัวเทียนร้อน คุณสมบัติในการระบายความร้อนจากการเผาไหม้ออกไปสู่ภายนอกได้ช้ากว่าหัวเทียนเย็นส่งผลให้มีความร้อนสะสมอยู่บริเวณขั้นหัวเทียนมากจนส่งผลให้เกิดเป็นคราบเขม่าสีดำเข้าไปอุดตันบริเวณขั้วหัวเทียนบอดขึ้นนั้นเอง อย่างไรก็ตามหัวเทียนร้อนเหมาะสมที่จะใช้กับงานภายในรถที่มีการใช้งานไม่หนัก หรือ ใช้งานโดยทั่วไปไม่ได้มีการบรรทุกหนักแต่อย่างใด

อาการบ่งชี้ว่าหัวเทียนเริ่มเสื่อม

  • สตาร์ทติดยาก
  • เร่งไม่ขึ้น
  • สั่นผิดปกติเวลาเดินเบา
  • เครื่องยนต์เดินไม่เต็มสูบ
  • กินนำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

อาการแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุรวมไปถึงหัวเทียน บางคนวินิจฉัยอาการไปถึงปัญหาใหญ่ๆก่อนจนหลงลืมไปว่า ที่รถยนต์เกิดอาการผิดปกติแบบนี้ อาจเป็นเพราะแค่หัวเทียนเสียก็ได้ และเพื่อความชัวร์คุณควรเปลี่ยนหัวเทียนตามระยะอย่างน้อยทุก 1 แสนกิโลเมตร ถ้าต้องกรประหยัดจริงๆ เวลาเอารถเข้าอู่แล้วก็เปลี่ยนสายพานไทมมิ่งไปด้วยเลยค่าแรงรื้อรอบเดียวจะถูกกว่ามารื้อเข้ารื้อออกหลายๆรอบเพราะเป็นส่วนที่อยู่ใกล้เคียงกัน

เปลี่ยนหัวเทียนด้วยตนเอง สามารถทำได้ โดยต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้

  1. หัวเทียนชุดใหม่ ตามจำนวนสูบของเครื่องยนต์
  2. ประแจบล็อคสำหรับถอดหัวเทียน หรือบางรุ่นอาจต้องใช้ข้ออ่อนในจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น Subaru เป็นต้น
  3. ลมแรงดันสูงใช้ทำความสะอาด อาจใช้แบบกระป๋องหรือปั๊มลมก็ได้ สำหรับทำความสะอาดสิ่งสกปรกโดยรอบ
  4. ตัววัดความความห่างของเขี้ยวหัวเทียน
  5. คีมปากจิ้งจก

ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียน

  1. เปิดฝากระโปรงหน้า ใช้ลมแรงดันสูงเป่าทำความสะอาดแล้วจัดการดึงปลั๊กหัวเทียนออกมา (รถแต่ละรุ่นมีวิธีการถอดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นอาจต้องขันน็อตยึดหัวปลั๊กออกมาก่อน ถึงจะดึงปลั๊กหัวเทียนออกมาได้ บางรุ่นซ่อนหลบมุมต้องถอดหลายอย่าง เช่น แบตเตอรี่ ท่ออากาศ เป็นต้น)
  2. หลังจากนั้นใช้ลมแรงดันสูงเป่าอีกรอบก่อนใช้ประแจถอดหัวเทียนขันหัวเทียนอันเก่าออกมา (หากหัวเทียนไม่ติดขึ้นมาด้วย ให้ใช้คีมปากจิ้งจก หรือปลั๊กหัวเทียนดึงออกมา)
  3. นำหัวเทียนอันใหม่ใส่เข้าไปในช่องเดิม แล้วใช้ประแจถอดหัวเทียนขันให้ตึงมือพอประมาณ อย่าขันจนแน่นมากเกินไป เพราะอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้
  4. นำปลั๊กหัวเทียนเสียบกลับเข้าไปที่เดิม (ขันน็อตยึดหัวปลั๊กให้เรียบร้อย สำหรับรุ่นที่มีน๊อตยึด) จากนั้นทำตามเดิมจนครบทุกตัวตามจำนวนสูบเครื่องยนต์

การเลือกใช้งานหัวเทียนรถยนต์ มีความสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจุดระเบิดของรถ เนื่องจากถ้ามีการใช้งานหัวเทียนร้อนในรถยนต์ที่มีการใช้งานหนักและใช้ความเร็วสูงย่อมส่งผลให้หัวเทียนมีความเสี่ยงต่างๆต่อการหลอมละลาย หัวเทียนบอดและชำรุดได้ง่ายส่วนในกรณีที่ผู้ขับขี่มีการเลือกใช้หัวเทียนเย็นภายในเครื่องยนต์ที่ไม่ได้มีการใช้งานหนักโดยเฉพาะภายในรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปก็ย่อมมีความเสี่ยงให้เกิดคราบเขม่าที่บริเวณขั้วหัวเทียนได้ง่ายจนส่งผลให้เกิดอาการหัวเทียนบอดตามมา สำหรับหัวเทียนรถยนต์รุ่นที่น่าสนใจและได้รับความนิยมจากนักขับชาวไทยมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรุ่นและหลายระดับราคา เช่น หัวเทียน NGK หัวเทียน Bosch หัวเทียน Champion หัวเทียน Denso ครับ




ความคิดเห็น

รถผมเวลาเดินเบาแล้วเครื่องสั่นมากๆครับ แต่เป็นเฉพาะตอนเปิดแอร์นะ พอปิดแอร์แล้วไม่เป็น แบบนี้เกี่ยวกับหัวเทียนหรือเปล่าครับ?
แสดงความคิดเห็น