รู้ทัน! ก่อน "โช๊คอัพ" พัง ไม่รู้ตัว

12/07/2019
โดย Champ Milework

รถต้องคู่กับถนน

นับตั้งแต่มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้น รถ ขึ้นมา สิ่งที่มาควบคู่กันคือถนน ในประเทศพัฒนาแล้วเราคงได้เห็นถนนที่ค่อนข้างราบ เรียบ สม่ำเสมอ แต่ในประเทศกำลังพัฒนาเราอาจเห็นถนนลักษณะนี้ได้ไม่บ่อยนัก ถนนที่ขรุขระจะส่งแรงสั่นสะเทือนมายังห้องโดยสารและห้องเครื่อง นอกจากจะสร้างความรำคาญแล้วยังสามารถสร้างความเสียหายให้ระบบเครื่องยนต์อีกด้วย วันนี้ MileworkTV จะมาแชร์เรื่องน่ารู้เกี่ยวภกับช่วงล่างของรถให้ฟังกัน

สปริงกับโช๊คนั้นทำงานร่วมกัน แต่ก่อนจะเข้าเรื่องโช๊ค เรามาทำความรู้จักกับสปริงกันสักเล็กน้อย สปริง หรือที่เราเรียกติดปากว่า “สปริงขด” หรือ “คอยล์สปริง” เป็นอุปกรณ์หลักในการรับน้ำหนักของตัวรถ โดยจะทำหน้าที่ลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการที่รถวิ่งไปบนพื้นผิวที่มีความขรุขระ สปริงแต่ละตัว มีความแข็งความอ่อน ไม่เท่ากัน โดยเราใช้หน่วยวัดที่เรียกกันว่า ค่า K โดยสปริงที่มีค่า K มากหมายถึงมีความแข็งมากและสปริงที่มีค่า K น้อย หมายถึงมีความแข็งน้อยนั่นเอง อย่างไรก็ตามตัวสปริงเองมีข้อเสียๆคือมีการเด้งไม่หยุดดังนั้นเราจึงต้องมีอุปกรณ์อีกตัวเข้ามาช่วย ใช่แล้วครับ “โช๊คอัพ” นั่นเอง


โช๊คอัพ(Shock Up)

เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำคัญที่ช่วยรองรับแรงกระแทก,ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ และดูดซับแรงกระแทกที่เกิดจากพื้นถนนที่ไม่เรียบ ประโยชน์ของโช๊คอัพ คือ ลดการโคลงเคลงของตัวรถ ทำให้รถทรงตัวดี เกิดความนิ่มนวลขณะขับขี่ซึ่งโช๊คอัพที่มีคุณภาพสูงจะช่วยลดการเสียดสีและการสึกหรอของยางไปจนถึงอะไหล่ช่วงล่วง โดยเฉพาะลูกหมาก บูชยาง


โช๊คอัพในห้องตลาดนั้นมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ

โดยมีวิธีการแบ่งหลักๆได้ 2 วิธี ได้แก่ แบ่งตามโครงสร้างและแบ่งตามคุณสมบัติ

1. แบ่งตามโครงสร้างของกระบอก

• โช้คอัพกระบอกเดี่ยว (Mono Tube) ลักษณะของกระบอก จะเป็นชิ้นเดียว มีลูกสูบที่ขนาดใหญ่กว่าระบบ Twin Tube ทำให้จุน้ำมันได้มากกว่า

• โช้คอัพกระบอกคู่ (Twin Tube) ลักษณะคล้ายท่อสองชั้นประกบระหว่างกัน โดยชั้นนอกเป็นพื้นที่สำหรับให้น้ำมันไฮดรอลิกไหลเวียน และจำกัดแรงดัน ส่วนภายในเป็นห้องแรงดันบรรจุน้ำมันที่รองรับการขึ้นลงของชุดลูกสูบ

2. แบ่งตามคุณสมบัติ

• โช้คอัพน้ำมัน จะใช้น้ำมันไฮดรอลิคส์เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างแรงดันต่อลูกสูบ ขณะที่โช๊คอัพทำงานน้ำมันไฮดรอลิคจะไหลผ่านวาล์วภายในลูกสูบ จึงทำ

ให้เกิดฟองอากาศขึ้นภายในน้ำมันไฮดรอลิค แต่ฟองอากาศนั้นส่งผลให้การทำงานของโช๊คอัพทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อฟองแตกจะเกิดการขาดช่วงการทำงานในช่วงสั้น ๆ เป็นเหตให้รถยนต์เสียอาการได้ในความเร็วที่สูง

ข้อดี ให้ความหนึบ แข็งกระด้าง

ข้อเสีย น้ำมันจะรั่วออกมาเมื่อมีการสึกหรอ

• โช้คอัพแก๊ส เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างแก๊สไนโตรเจน และน้ำมันไฮดรอลิค ซึ่งเมื่อโช้คอัพทำงาน ลูกสูบของโช้คอัพ จะทำการเลื่อนตัวลงมาด้านล่างของกระบอกลูกสูบ ทำให้น้ำมันไฮดรอลิคที่อยู่ในกระบอกสูบไหลผ่านวาล์วขึ้นไปยังห้องน้ำมันด้านบนและน้ำมันอีกส่วนไหลผ่านวาล์ว ด้านล่างเข้าไปในห้องน้ำมันสำรอง ขณะเดียวกันน้ำมันในห้องน้ำมันสำรองจะทำการอัดแก๊สไนโตรเจนให้เกิดแรงดัน เมื่อแก๊สมีแรงดัน ก็จะทำการดันน้ำมันไฮโดรลิคที่อาศัยอยู่ในห้องน้ำมันสำรอง กลับเข้าสู่กระบอกสูบดังเดิม

ข้อดี ให้ความรู้สึกที่นุ่มมากขึ้นในการกระเเทก

ข้อเสีย มีราคาที่สูงกว่าโช๊คอัพแบบน้ำมัน


อายุการใช้งาน

ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถของแต่ละคน บางคนมีการขับหยอดเนินลูกระนาด บางคนลุยแหลก ถ้าลุยแหลกเลย อายุการใช้งานของโช๊ค

จะสั้นลงแน่นอน เมื่อโช๊คอัพถูกใช้ไปนานๆ จะพบว่าประสิทธิภาพการใช้งานของโช๊คอัพนั้นน้อยลง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ โช๊คอัพ รั่ว,โช๊คอัพ ย้วย หรือโช๊คตาย หากเจออาการเหล่านี้ไม่แนะนำให้ซ่อม เพราะจะกลายเป็นเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

Milework แนะนำให้เปลี่ยนโช๊คอัพ ใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีกว่า มาตรฐานของอายุการใช้งานของโช๊คอัพจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี


การตรวจสอบสภาพโช๊คอัพ

ให้คุณใช้มือกดบริเวณของบังโคลนด้านหน้าและด้านหลังหลาย ๆ ครั้งแล้วปล่อยมือทุกครั้งที่กด หากรถยนต์มีการตอบสนอง

โดยการเด้งขึ้นลงหลาย ๆ ครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่าโช๊คอัพได้มีการเสื่อมสภาพลงไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งโช๊คอัพที่ดีต้องมีการคืนตัวทันที

โดยไม่มีอาการเด้งขึ้นลงหลายครั้ง

หรืออีกวิธีหนึ่งคือการทดสอบขับ ให้สังเกตระหว่างขับรถยน์ผ่านทางขรุขระหรือทางลูกรัง หากรถมีการโยนตัวหรือทรงตัวไม่ดี

ให้ลองดูที่โช๊คอัพว่าคราบน้ำมันไหลออกมาหรือไม่ เพราะคราบน้ำมันเหล่านี้อาจเกิดมาจากสารหล่อลื่นของตัวโช๊คอัพเอง

ให้เช็ดและสังเกตอาการอีกครั้ง ถ้าเช็ดทำความสะอาดแล้วยังมีคราบน้ำมันอีกก็แสดงให้เห็นอีกว่าโช๊พอัพได้ชำรุด คุณควรรีบซ่อม

หรือเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด


แนะนำการเลือกซื้อโช้คอัพ

ควรดูลักษณะการขับขี่ เน้น ขับช้า หรือขับเร็ว แต่ทั้งนี้อยู่ที่งบประมาณด้วย

  1. กรณีขับช้า ขับในเมือง ถนนขรุขระ คงเน้นความนุ่มนวล โช๊คและสปริงก็ควรจะนุ่มตามไปด้วย โดยแนะนำค่า K ของสปริงสัก 3.5K
  2. กรณีชอบขับเร็ว ช่วงล่างต้องไม่ย้วย เพราะเวลาเข้าโค้งจะไม่เกิดอาการเหวี่ยง โดยแนะนำโช๊คแต่ง สปริง 4K-6K ขึ้นไปตามความชอบ ส่วนโช๊คระดับนี้ส่วนใหญ่จะมาพร้อมสปริง ง่ายที่สุดเพราะมาเป็นคู่ ทำไว้เหมาะสมแล้ว ถ้าโม สปริงกับโช๊คเอง อันนี้ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ค่อนข้างมาก โช๊คอัพแต่งจะมีราคาตั้งแต่ 30,000 ไปจนถึง 60,000 เลยทีเดียว


ทั้งหมดนี้ก็คือเกร็ดความรู้เรื่อง “โช๊คอัพ” ที่เราอยากให้คุณได้ทราบถึงประโยชน์การใช้งานและประเภทต่าง ๆหากใครที่ประสบปัญหาโช๊คอัพชำรุด หรือต้องทำการเปลี่ยนโช๊คอัพ ทางเรา Milework มีโช๊คอัพให้สั่งซื้อตามความสะดวกสบายทั้งคุณภาพดี ราคาเป็นมิตร แถม!!ส่งไว สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.milework.com/shock-up/

ความคิดเห็น

แสนโลก็ควรเปลี่ยนได้แล้วครับ
แสดงความคิดเห็น