หาสินค้าไม่เจอ? ติดต่อ

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ ต้องเช็คอะไรบ้าง : 30 ข้อ-เช็ครถให้ชัวร์... ไม่กลัวเสียกลางทาง

27/11/2018
โดย Suphathanat Namkhot

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ ต้องเช็คอะไรบ้าง : 30 ข้อ-เช็ครถให้ชัวร์... ไม่กลัวเสียกลางทาง

พูดถึงอะไหล่รถยนต์ไม่ว่าจะเป็น โช๊ค รถยนต์ น้ำมันเครื่อง ลมยาง ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ หรืออะไหล่ต่างๆภายใต้ฝากระโปรงรถ บางคนเคยซ่อม เคยเปลี่ยนด้วยตัวเอง บางคนแค่รู้จัก หรือบางคนไม่ทราบเลยว่าใช้ทำอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร! วันนี้ Milework จะมาสรุปเป็น Checklist จากช่างผู้เชี่ยวชาญในวงการอู่ซ่อมรถยนต์ จะมาแนะนำรายการที่ต้องดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งานรถยนต์ ป้องกันรถของคุณจะไม่ต้องไปเสียบนท้องถนน

โช๊ค รถยนต์ น้ำมันเครื่อง ลมยาง เราใส่ใจอะไหล่รถมากแค่ไหน ?

คนเราต้องทานอาหารที่ดี ต้องการนอนหลับพักผ่อน ต้องการการดูแล ป่วยก็ต้องไปพบแพทย์ รถก็เหมือนกันกับร่างกายของคุณ - เรารู้ว่ารถก็ต้องการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงสมรรถนะสูงสุด และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

คำถาม? รถของคุณมีอายุการใช้งานมากี่ปีแล้ว ...และซ่อมไปกี่รอบแล้ว

แน่นอนว่า ค่าบำรุงรักษาเบื้องต้นมีราคาถูกกว่าการซ่อมแซมอยู่มาก ส่วนใหญ่เราจ่ายเงินไปเพราะการละเลยที่จะดูแลรถ "ด้วยเหตุผลว่าไม่มีเวลา หรือ ฉันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับรถยนต์"
อย่างที่บอกว่าปัญหาที่พบมากที่สุดคือ การละเลยการบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน เช่น โช๊ค รถยนต์ ที่เสื่อมสภาพทำให้ยางรถชำรุดเร็วกว่าปกติ , การใช้รถโดยไม่ได้เปลี่ยนหัวเทียนเลย , ไม่เคยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด , ไฟเบรคที่ชำรุด , และชิ้นส่วนอื่นๆ
การรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยมช่วยให้คุณปลอดภัยบนท้องถนนและสามารถประหยัดเงินได้มากในระยะยาว ฉะนั้นเรามาพูดถึงการป้องกันรถยนต์กันดีกว่า เพราะค่าบำรุงรักษาเบื้องต้นมีราคาถูกกว่าการซ่อมแซม(ที่เกิดจากการละเลย)

รายการตรวจสอบและการบำรุงรักษารถยนต์

เทคโนโลยีของรถยนต์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแล-ซ่อมแซมอะไหล่ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองได้

รายการตรวจสอบอะไหล่รถยนต์ขั้นพื้นฐาน

  • เข็มขัดนิรภัย - ตรวจสอบความตึงของสายคาดและการทำงานของหัวเข็มขัดว่าสามารถล็อกเรากับเบาะได้ดีหรือไม่
  • ไฟสัญญาณภายนอก - ตรวจสอบไฟสัญญาณทุกจุดทั้งด้านหน้าและหลัง หากหลอดไฟขาดให้เปลี่ยนหลอดไฟในทันที
  • เบรคมือ - ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถยึดรถบนทางลาด และระดับพื้นปกติได้ดี
  • กระจก - ตรวจสอบกระจกว่าคมชัดหรือไม่และกระจกมีรอยร้าวบริเวณใดบ้าง หากพบรอยร้าวให้สอบถามกับช่างเพื่อดูแลเป็นกรณีไป
  • ปัดน้ำฝน - ตรวจสอบการสึกหรอของใบปัดน้ำฝนว่ายังสามารถรีดน้ำได้ดีหรือไม่ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง(ถ้ามี)
  • แตร - ตรวสอบให้แน่ใจว่ายังทำงานได้ปกติ เสียงไม่แหลมหรือปรับแต่งให้ผิดปกติ
  • สารหล่อลื่น - ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเกียร์,น้ำมันเบรค,และระบบน้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์
  • ยาง - ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้ายางยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีล้อไหนสึกหรอผิดปกติ (อาจเกิดจากการชำรุดของ โช๊ค)
  • ยางอะไหล่และเครื่องมือ - ตรวจสอบให้มั่นใจว่าอะไหล่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและอุปกรณ์ต่างๆครบถ้วน

รายการตรวจสอบสารหล่อลื่น

  • น้ำมันเครื่อง
  • เครื่องทำความเย็นหม้อน้ำ
  • น้ำมันเบรค
  • พวงมาลัยพาวเวอร์
  • น้ำยาล้างกระจกหน้า
  • น้ำยาคลัทช์ (รถยนต์ใช้แล้ว)
  • น้ำมันเกียร์
  • ของเหลวอื่นๆ

รายการตรวจสอบยางรถยนต์

  • ลมยาง-ความดันยาง
  • ความลึกของดอกยางและดอกยาง
  • ยางอะไหล่
  • แจ็ครถและเครื่องมือ

รายการตรวจสอบไฟ

  • ไฟหน้า
  • ไฟสัญญาณ / ไฟแสดงสถานะ
  • ไฟเบรค
  • ไฟย้อนกลับ
  • ไฟสปอตไลท์และหมอก

สิ่งทั่วไปอื่น ๆ ในการตรวจสอบ

  • ท่อหม้อน้ำ - ตรวจสอบระบบการทำงาน เช็ครอยรั่วทุกจุด
  • ไส้กรองอากาศของเครื่องยนต์ - ตรวจสอบความสะอาด หากมีฝุ่นมากจำเป็นต้องเปลี่ยน
  • แบตเตอรี่ - สังเกตหาการกัดกร่อนรอบขั้วและน้ำกลั่น
  • สายพานพัดลม - ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายพานไม่หลวม มีขนาดพอดี ไม่แตกลายงาสภาพพร้อมใช้งาน
  • ลองฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ผิดปกติ - หากคุณได้ยิงเสียงผิดปกติจากเครื่องยนต์ ให้รีบตรวจสอบ เพราะหากฝืนใช้ต่อไป เราจะคุ้นชินกับเสียงนี้จนคิดไปว่าเป็นเรื่องปกติ


โฟกัสที่รายการสำคัญ

รายการที่#1: สารหล่อลื่นหรือของเหลว

ถ้าหากคุณตอบตัวเองไม่ได้ว่า “คุณเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งสุดท้ายเมื่อไร?” หรือ “คุณไม่แน่ใจว่าน้ำมันเครื่องคืออะไร” คุณอาจจะต้องเริ่มหันกลับมาใส่ใจให้มากขึ้น เพราะรถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องมีสารหล่อลื่นหรือของเหลว เช่น น้ำมันเกียร์ , น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ , น้ำกลั่น , น้ำมันเบรค เพื่อให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานของอะไหล่รถยนต์ ฉะนั้นตรวจสอบปริมาณของน้ำมันอย่างสม่ำเสมอและเปลี่ยนเมื่อถึงกำหน

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ


รายการที่#2 : ยางรถ

ยางรถยนต์ของคุณ มีอายุการใช้งานเหมาะสมกับที่ควรจะเป็นหรือไม่? ยางที่ดีนอกจากช่วยยึดเกาะผิวถนน สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่แล้ว ยังสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้อีกด้วย สังเกตล้อรถของคุณง่ายๆเบื้องต้นจากอาการสึกหรอของหน้ายางว่ามีด้านใดด้านหนึ่ง ที่สึกมากกว่าล้ออื่นหรือไม่ อาจเป็นเพราะ โช๊ค รถยนต์ หรืออะไหล่บริเวณล้อด้านนั้นๆ ชำรุด แนะนำวิธีในการยืดอายุยางของคุณ คือ การหมุนเวียนยาง ตามกำหนดเพื่อลดการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอ

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ



รายการที่#3 : ใบปัดน้ำฝน

ถ้าพูดถึงบ้านเรา ใบปัดน้ำฝนเป็นอะไหล่ที่มักไม่ค่อยได้รับการดูแลนัก อาจเพราะส่วนใหญ่สภาพอากาศไม่แปรปรวนมากนักจนถึงกับต้องใช้ใบปัดน้ำฝนทุกวัน บางคันใช้นาน 2 ปี จนใช้งานได้ไม่ดีดังเดิม แต่ก็ยังฝืนใช้ ปัญหาคือ เมื่อยามจำเป็นต้องใช้งานจริง ใบปัดน้ำฝนใบเก่า จะดูไม่ช่วยให้ทัศนวิสัยการมองเห็น"ยามค่ำคืนขณะฝนตก”ชัดเจนนัก เสี่ยงต่อการเกินอุบัติเหตุ

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ


รายการที่#4 : ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์

เปรียบเทียบไส้กรองอากาศเครื่องยนต์เป็น”ปอดของรถ" ถ้ามันอุดตันผลที่ตามมาคือไม่สามารถกักเก็บฝุ่นได้ดี ปล่อยให้ฝุ่นปะปนในอากาศ และสร้างความสกปรกในเครื่องยนต์ของคุณ ไส้กรองอากาศบางจุดสามารถเปลี่ยนเองได้ บางจุดต้องให้อู่เปลี่ยนให้ ศึกษาคู่มือการใช้รถยนต์ของคุณและพิจารณาว่าควรเปลี่ยนช่วงใ

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ


รายการที่#5 : ความสะอาด

ทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในรถเป็นประจำภายนอกรถของคุณควรล้างให้สะอาดเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถใต้ต้นไม้ ที่มีทั้งมูลนกและยางของต้นไม้ร่วงหล่น สิ่งเหล่านี้สามารถทำลายสีรถของคุณได้หากไม่ล้างออกอย่างรวดเร็ว ภายในรถก็สำคัญไม่แพ้กันหากคุณลืมเศษขยะหรืออาหารไว้ในรถสักคืน มีโอกาสที่กลิ่นของมันจะล่อแมลงเข้ามาในรถ

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ


รายการที่#6 : แบตเตอรี่

บางทีแบตเตอรี่รถยนต์ก็เหมือนจะชอบแกล้งคุณ! เวลาที่คุณต้องการใช้รถมากที่สุด การใช้ยานพาหนะไม่บ่อยอาจส่งผลให้ท่อระบายน้ำทิ้งของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หมั่นตรวจสอบอายุการใช้งานของแบตเตอรี่,ตรวจสอบขั้วต่อ,เติมน้ำกลั่นและไม่ควรเติมให้มากเกินไป

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ


แถม! ข้อผิดพลาดที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับรถของคุณในฐานะเจ้าของรถยนต์สิ่งที่ต้องการนั้นไม่ต่างกัน คือการที่รถมีสมรรถนะที่ดีอยู่เสมอ

เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล , ระบบไฟฟ้า-สัญญาณชัดเจน อะไหล่ต่างๆมีอายุการใช้งานนานที่สุด และนี่คือ “ข้อห้ามที่ควรหลีกเลี่ยง"



1.เหยียบเบรคค้างเวลาลงเนิน หรือเหยียบกระทันหัน
เมื่อเหยียบเบรคกระทันหันหรือเบรคเวลาลงเนินเขาจะเกิดความร้อนสูงขึ้นทันทีและทำให้เบรคสะสมความร้อนไปตลอดการขับขี่ ควรใช้วิธีที่ดีกว่าคือการสลับระหว่างการเบรคและการปลดเบรค จะช่วยให้ผ้าเบรคทำงานได้ดีและลดการสึกหร่อ ทำให้คุณปลอดภัยและรู้สึกมั่นใจระหว่างเดินทาง

2.ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงกับเครื่องยนต์ของคุณ
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เหมาะสำหรับการทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนถนนคอนกรีตมากกว่า ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้ทำความสะอาดเครื่องยนต์รถของคุณ เพราะเครื่องยนต์เป็นชิ้นส่วนที่ซับซ้อนบางอุปกรณ์จะมีสายเซ็นเซอร์และชิ้นส่วนขนาดเล็กประกอบอยู่ การใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจึงไม่เหมาะกับการทำความสะอาดเครื่องยนต์

3.อย่าลืมที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน
เรื่องนี้เป็นข้อบกพร่องที่พบมากที่สุด(สำหรับเจ้าของรถ) น้ำมันเก่าไม่ดีต่อรถอย่างยิ่ง การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันควรสังเกตน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์จะมีลักษณะเหมือนกากน้ำตาลสีดำ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันให้บ่อยเท่าที่คู่มือรถแนะนำ (ความถี่แตกต่างกันไปสำหรับรถแต่ละรุ่น) และอย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันไปพร้อมกันด้วย

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ
4.อย่าละเลยที่จะใช้เบรคมือ
ไม่ว่าคุณจะจอดรถบนเนินสูงชันหรือพื้นราบเรียบก็ตาม ควรใช้เบรคมือให้เป็นนิสัยเสมอ นอกเหนือจากเหตุผลด้านความปลอดภัยแล้วนั้น การใช้เบรคมือขณะจอดรถยังช่วยลดความเครียดของระบบเบรค ช่วยยึดรถของเราไว้อย่างมั่นคง การใช้เบรคมือให้เป็นนิสัยนี้อาจเพิ่มอายุการใช้งานรถยนต์ได้เป็นเวลาอีกหลายปี

5.ไม่ละเลยเสียงแปลกๆ จากรถของคุณ
ถ้ารถของเราพูดได้ คงจะบอกเราได้ว่าชิ้นส่วนไหนชำรุดหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ แต่ก็จะมีสัญญาณบางอย่างมาจากรถของคุณเช่นกัน ถ้าคุณฟังเสียงอย่างถี่ถ้วนคุณจะสามารถรู้ได้ว่าบริเวณใดของตัวรถกำลังมีปัญหาเช่น มีเสียงแปลกๆ ทุกครั้งที่คุณเปิดประตูผู้โดยสาร อาจหมายความว่าคุณจำเป็นต้องใส่น้ำมันหล่อลื่นที่ข้อต่อบานพับประตู , เสียงที่ดังที่ล้อข้างในข้างหนึ่งอาจเป็นเพราะกระบอก โช๊ค รถยนต์ หรือระบบช่วงล่างผิดปกติ , เสียงท่อดังขึ้นอาจหมายถึงท่อไอเสียหลวม , เสียงแหลมสูงที่คุณได้ยินเมื่อคุณเหยียบเบรคอาจจะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะมันเป็นสัญญาณว่าแผ่นผ้าเบรคของคุณควรจะต้องเปลี่ยน

“ฟังเสียงรถของคุณเสมอ - มักจะให้เบาะแสเมื่อมีสิ่งที่ผิดปกติ"

6.เปลี่ยนเกียร์จากถอยหลัง (R)ไปที่เดินหน้า (D) ทันที! โดยไม่เหยียบเบรค
เป็นอีกหนึ่งการกระทำของเจ้าของรถ ที่ทำให้เกียร์พังได้ภายในไม่กี่วินาท่ี ! โดยการที่รีบเปลี่ยนจากเกียร์ถอยหลัง (R) ไปยัง เกียร์เดินหน้า (D) ในทันที โดยไม่ได้เหยียบเบรคให้รถหยุดก่อน (หรือทำสลับกัน)

โช๊ค รถยนต์ น้ำมัน ลมยาง รถเก๋ง รถกระบะ >


7.ลดความเครียดของเครื่องยนต์เมื่อสตาร์ทรถ
เมื่อคุณเริ่มต้นสตาร์มรถควรปิดอุปกรณ์เสริมต่างๆในรถ เช่น ใบปันน้ำฝน,แอร์,วิทยุ เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานหนักมากเกินไปในช่วงแรก


8.ขับรถต่อเนื่องเมื่อความร้อนสูงเกินไป
หากคุณกำลังขับรถไปตามถนนและสังเกตเห็นเครื่องวัดอุณหภูมิของรถได้เข้าสู่ 'HOT’ แนะนำว่าคุณต้องหยุดรถในทันที หากฝืนขับรถต่อไปมีโอกาสที่ระบบหล่อเย็นจะล้นออกจากถังพัก เครื่องยนต์ร้อนจัดมากจนรถหยุดนิ่งและจะพังในที่สุด ดังนั้นจึงควรหยุดรถและหาบริการรถลากจูงจะดีที่สุด

ข้อสรุป
แนะนำให้คุณใส่ใจกับระบบต่างๆใต้ฝากระโปรงรถยนต์ของคุณเป็นประจำ คุณควรสังเกตและฟังเสียงรบกวนจากรถที่บอกถึงความผิดปกติ และจำไว้ว่าแม้แต่รถที่บำรุงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ดีทุกประการแล้วก็สามารถเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ดังนั้นอย่าลืมเรื่องอายุประกันรถยนต์ของคุณด้วยเช่นกัน


หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่เข้ามาชม Milework.com ทุกท่านครับ


บทความน่าอ่าน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น

โพสต์ใหม่