อู่ต้องปรับตัว! รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาแล้ว

02/08/2019
โดย Champ Milework

ธุรกิจอู่ซ่อมรถจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่

EV หรือยานยนต์ไฟฟ้าจะมาแทนที่ยานยนต์แบบเก่าที่ต้องเติมน้ำมันจริงหรือ?

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ เมื่อ EV มา แล้วใครจะไป? และเราต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?

EV หรือยานยนต์ไฟฟ้าจะมาแทนที่ยานพหนะแบบเก่าที่ต้องเติมน้ำมันจริงหรือ?

ยนต์ยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ Electric Vehicle หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า EV นั้นกำลังจะเข้ามาแทนที่รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ในแบบทีประเทศไทยใช้กันอยู่ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เช่น มลพิศทางอากาศ เสียงรบกวน และน้ำมันที่กำลังจะหมดไปจากโลกใบนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มหาพลังงานทดแทนให้กับยานยนต์ต่างๆ จากเดิมที่มีต้นทุนการผลิตสูง ปัจจุบันถึงเวลาแล้วที่ทุกคนสามารถครอบครองยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ได้ และยังช่วยลดมลพิษในอากาศอีก ด้วยต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ค่อยๆถูกลงเรื่อยๆ ประกอบกับประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมทำให้รัฐบาลส่งเสริมเจ้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้านี้ คาดว่าภายใน 10 ปีนี้ เราคงเห็นรถ EV วิ่งกันทั่วบ้านทั่วเมืองแน่นอน

อันที่จริง การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์นั้นมีมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่ประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานรวมถึงต้นทุนการผลิตที่มีราคาสูง ส่งผลให้การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไม่เป็นที่นิยมเท่ากับแหล่งพลังงานจากเชื้อเพลิงอื่น เช่น น้ำมัน หรือ แก๊ส LPG แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพการผลิตที่สูงขึ้นทำให้แบตเตอรี่มีราคาถูกลง อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานน้ำมันปิโตเลียมจึงเบนเข็มความสนใจในพลังงานไปที่การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทน

EV นั้นมีด้วยกันหลายประเภท หลักๆมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ HEV, PHEV และ BEV

HEV หรือ ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle) หลายคนคงร้องอ๋อขึ้นมาทันทีหากนึกถึงรถยนต์ Hybrid ที่วิ่งกันอยู่ในบ้านเรา เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ใส่ไว้หลังเบาะหลังอีกที ความไฮเทคของเจ้า Hybrid นี้คือเปลี่ยนเพลงงานที่สูญเสียจากการเบรคมาเป็นปั่นเป็นพลังงานไฟฟ้าและนำกลับมาใช้ช่วยขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ทำให้ประหยัดน้ำมันขึ้นไปอีก

PHEV คือ ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด เป็นตัวพัฒนาต่อยอดมาจากรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Hybrid พูดง่ายๆก็คือเพิ่มฟังก์ชั่นเสียบปลั๊กชาร์จไฟขึ้นมาเหมือนกับการชาร์จไอโฟน เราจะเห็นตามห้างดังๆจะมีรถพวกนี้ไปจอดชาร์จไฟกันอยู่ ซึ่งรถ Hybrid แบบเสียบปลั๊กชาร์จได้นี้ยิ่งประหยัดน้ำมันกว่ารุ่น Hybrid ธรรมดาเสียอีก

BEV ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ เป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบบที่มีมอเตอร์ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว พูดง่ายๆคือใช้พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ ไม่ใช้น้ำมัน ไม่มีเครื่องยนต์แบบ เบนซิน ดีเซล อีกแล้ว ซึ่งยานยนต์ชนิดนี้จะไม่ปล่อยมลพิษ Co2 และฝุ่น PM2.5 ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ดีมากๆเลยทีเดียว

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ เมื่อ EV มา แล้วใครจะไป?

แน่นอน เจ้าเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่เคยใช้กันอยู่จะหายไป รวมทั้งระบบต่างๆทีเกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่ ระบบน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ท่อไอเสีย ไอดี ท่อน้ำมัน ลูกสูบต่างๆ หัวฉีดน้ำมันเครื่อง ถังน้ำมัน ปั๊มติ๊ก ปั๊มน้ำมัน ลูกลอย และอื่นๆอีกมากมายจะต้องโบกมือลาวงการยานยนต์กันเลยทีเดียว ปัจจุบันได้มีรถยนต์ EV 100% ขายในบ้านเราแล้ว นั่นคือของค่าย Nissan แต่น่าจะยังไม่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากราคาเปิดตัวที่ค่อนข้างสูง คือเกือบๆ 2 ล้านบาท รถยนต์ EV จะเป็นที่นิยมขึ้นมาจริงๆจะต้องมีการปลดล็อคต้นทุนเสียก่อน

ปัจจุบันรถยนต์ EV 100% ประกอบนอกโดนภาษี 4 ตัวด้วยกัน ได้แก่

  1. ภาษีอากรขาเข้า 20%
  2. ภาษีสรรพสามิต 8% ถ้าตั้งโรงงานในไทยได้ลด 2% จาก BOI
  3. ภาษีมหาดไทย 10%
  4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

แล้วต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?

ส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ทั้งหมด อะไหล่ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์จะเริ่มมีความต้องการน้อยลงเรื่อยๆแต่ไม่ใช่ว่าจะหายไปในทันที การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีใหม่นี้ มีระยะเวลาให้ปรับตัวกันอยู่บ้าง แต่อย่าลืมว่ารถยนต์ไม่ได้มีแต่เครื่องยนต์กับระบบเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนสีและตัวถัง, ระบบช่วงล่าง, ระบบเบรค, ระบบเกียร์, ลูกปืน, รถบบไฟ, ระบบแอร์, ชิ้นส่วนภายใน และอื่นๆอีกมากมายจะยังคงอยู่ต่อไป ผู้ประกอบการควรต้องหาความรู้เพิ่มเติมในส่วนของการให้บริการซ่อมในจุดอื่นๆเพื่อมาทดแทนงานซ่อมเครื่องที่จะลดลงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่จะเข้ามานี้จะช่วยลดภาวะโลกร้อนในระยะยาว ลดมลพิษทางอากาศ พร้อมทั้งเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ที่คนที่มองการณ์ไกลและเห็นอนาคตเท่านั้นที่จะอยู่รอด

ความคิดเห็น

มีมานานหลายร้อยปีเลยเหรอครับ พอมีคำนี้ แปลว่าข้อมูลนี้ลดความน่าเชื่อถือไปทันที

ต้องยอมรับการเปลื่ยนแปลงจาก1ไปถึง10หรือ100ตามยุคตามสมัยจากยุคเทปคลาสเซตมาสู่ยุคบลูทูธUSBแล้วก็เข้าสู่ยุครวมทุกอย่างไว้ในมือถือ มันไม่ แปลกที่นวัตกรรม ยานยนต์ ต้องพัฒนา ต่างประเทศเค้าไปไกลกันแล้วจ๊ะ เมืองไทย ยังเลือกตั้งไม่เสร็จกันหรือจ๊ะ ตามเรื่องตามราว ชีวิตต้องเดินต่อไป

ยากครับขนาดโซล่าเซลยังมึน ยิ่งรถอีวี ไม่เติมน้ำมันแล้วจะได้เงินจากไหนเข้ารัฐ

จะเกิดสมดุลของอาขีพขึ้นมาเองครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เปลี่ยนแปลงทันที รถไฟฟ้า ค่อยๆเข้ามาแทน แต่รถน้ำมัน ยังคงค่อยๆทะยอยลดลง จนทำให้เกิดการเปลี่ยนยุคสมัย ซึ่งระยะเวลาที่รถน้ำมันจะหายไป น่าจะทำให้ปรับตัวทัน และเกิดอาขีพใหม่ๆมาทดแทนได้แน่นอนครับ เข่นอู่ต่างๆ อาจรับจ้างชาร์จไฟแบบเร่งด่วนโดยมีเครื่องมือเฉพาะ หรืออาจมีเครื่องมือพิเศษตรวจสอบระบบไฟฟ้าของรถโดนเฉพาะ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่งานด้านยานยนต์ลดลง จะทำให้คนที่หันมาทำงานด้านนี้ลดลงไปด้วย ตามอุปสงค์และอุปทานครับ

ช่างต้องเรียนรู้ระบบไฟฟ้าให้เกิดความชำนาญ เพื่อพัฒนาบริการให้ทันสมัยตลอดเวลา

เวลาเปลี่ยนเทคโนโลยีเปลี่ยน คนต้องเรียนรู้ตามยังมาเร็วดีกว่ามาช้าได้ทันโลก

ดีค่ะ แนะนำดีไม่มีปัญหาอะไร

อู่ต้องมีช่างซ่อมระบบไฟฟ้าล้วน ทั้งเปลี่ยนอะไหล่และซ้อม

ต้องศึกษาระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเติม และปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง

ซ่อมระบบไฟให้เป็นให้เก่ง ไม่มั่ว ไม่ใช้ความรู้สึก รู้แบบมีหลักการ รู้ปัญหาแก้ปัญหาได้
แสดงความคิดเห็น